เริ่มจากคำถามที่ถูก
ก่อนเลือก stack ถามตัวเองว่า: 1. คุณกำลังหาผลิตภัณฑ์ที่ตลาดต้องการ (PMF) หรือกำลัง scale ของที่ใช่แล้ว? 2. ทีม engineer ของคุณมีใครบ้าง? 3. งบ runway เหลือกี่เดือน?
คำตอบเหล่านี้สำคัญกว่า "Next.js หรือ Nuxt ดีกว่ากัน" หลายเท่า
ก่อน PMF: ความเร็วชนะทุกอย่าง
ตอนยัง pre-PMF ทุกอย่างต้องโฟกัสที่ "ทดสอบไอเดียให้เร็ว":
- Frontend: Next.js หรือ what ทีมถนัด
- Backend: Supabase / Firebase (ไม่ต้องเขียน backend เอง)
- Auth: Supabase Auth / Clerk / Auth0
- DB: PostgreSQL (Supabase) — relational ปลอดภัยที่สุด
- Hosting: Vercel / Netlify
หลักการ: ห้ามเขียน infra เอง ถ้าไม่จำเป็น เพราะ stack เปลี่ยนได้ แต่เวลาที่หายไปไม่กลับมา
หลัง PMF: เริ่มคิดเรื่อง scale
เมื่อมี traction พอแล้ว เริ่มประเมิน:
- ค่า SaaS ที่ใช้ จุดที่คุ้มจะ self-host มีไหม
- Performance bottleneck จริง (ไม่ใช่ที่กลัวว่าจะเจอ)
- Hiring — stack ที่หาคนได้ยากในไทย = ต้นทุน hidden สูง
กับดักที่เจอบ่อย
กับดัก 1: "เลือก stack แบบ FAANG"
Founder อ่าน blog post จาก Netflix แล้วลอกมาใช้กับสตาร์ทอัพ 5 คน — แล้วใช้เวลา 6 เดือนไปกับ Kubernetes แทนที่จะหาลูกค้า
กับดัก 2: "ใช้ภาษาที่ฮิตที่สุด" (Rust, Go สำหรับ web app)
เร็วในการรันแต่ช้าในการพัฒนา และหาคนในไทยยาก สำหรับ MVP ส่วนใหญ่ Node/Python/Ruby เพียงพอ
กับดัก 3: "Microservice ตั้งแต่ day 0"
ก่อนจะมี 10,000 user รายวัน อย่าทำ microservice — monolith ใน Next.js / Rails ดูแลง่ายกว่า debug ได้เร็วกว่า
Recipe ที่เราใช้กับ Startup ไทยส่วนใหญ่
Frontend: Next.js + TypeScript + Tailwind
Backend: Next.js API routes / Hono
Database: Supabase (Postgres + Auth + Storage)
Payment: Omise / Stripe
Hosting: Vercel
Email: Resend / Postmark
Analytics: PostHog + GA4stack นี้รัน MVP จากศูนย์ถึง 10,000 users/วันได้สบาย ๆ ค่าใช้จ่าย ~$50-200/เดือน
สรุป
Tech stack ที่ถูกต้องคือ stack ที่ทีมคุณส่งงานได้เร็วที่สุด ไม่ใช่ stack ที่ดูดีที่สุดบน resume ตอน startup ระยะแรก ความเร็วในการเรียนรู้จากตลาดสำคัญกว่าทุกอย่าง
อยากให้เราช่วยแก้โจทย์นี้ให้ธุรกิจคุณไหม?
ปรึกษาฟรี 30 นาที ทีมงาน senior ตอบคำถามให้คุณก่อนตัดสินใจ
